กฎระเบียบที่ควรรู้

การลงทุน

กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน

กฎหมายแรงงาน

กฎหมายแรงงานนอร์เวย์อนุญาตให้มีการจ้างงานผู้ที่มีอายุเกินกว่า 18 ปีบริบูรณ์ หากมีการการจ้างแรงงานเด็กอายุระหว่าง 13 – 18 ปี จะต้องได้รับอนุญาตเป็นพิเศษ และห้ามจ้างแรงงานเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 13 ปีโดยเด็ดขาด ยกเว้นการทำงานสำหรับกิจการของครอบครัวและเป็นงานที่ไม่หนัก เช่น การช่วยพ่อแม่เลี้ยงดูสัตว์ในฟาร์มตามความเหมาะสม การช่วยเก็บผลเบอรี่ เป็นต้น โดยผู้ว่าจ้างควรต้องมีระยะเวลาทดลองงานสำหรับลูกจ้างรายใหม่ และต้องแจ้งลูกจ้างล่วงหน้าอย่างน้อย 6 เดือนสำหรับการเลิกจ้างแรงงาน และการเลิกจ้างนั้นจะต้องเป็นไปเพราะเหตุที่ผู้ถูกว่าจ้างไม่สามารถทำงานได้ตามสัญญา หรือไม่มีความสามารถเพียงพอในการปฏิบัติงาน หรือเหตุอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการทำงานเท่านั้น

กฎหมายแรงงานนอร์เวย์กำหนดชั่วโมงทำงานปกติไม่เกิน 9 ชั่วโมงต่อวันหรือไม่เกิน 40ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ส่วนการทำงานล่วงเวลาสามารถทำได้แต่จะต้องไม่เกิน 10 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และไม่เกิน 25 ชั่วโมงในสี่สัปดาห์ติดต่อกัน และไม่เกิน 200 ชั่วโมงใน 52 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม การทำงานล่วงเวลาจะไม่อนุญาตสำหรับแรงงานที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี

ทั้งนี้ ผู้ว่าจ้างและลูกจ้างสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก Guide to the Working Environment Act and the Holidays Act


กฎหมายที่ดิน

นักลงทุนชาวต่างชาติสามารถเป็นเจ้าของที่ดินในการเกษตร พื้นที่ป่าสัมปทาน เหมืองแร่ หรือน้ำตก (สำหรับการผลิตกระแสไฟฟ้า) ในนอร์เวย์ได้ โดยนักลงทุน (ในนามบริษัทต่างชาติ) จะต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเป็นเจ้าของพื้นที่นั้นๆ แต่การดำเนินธุรกิจและการเข้าถือครองพื้นที่ (acquisition) จะต้องเป็นไปตาม Industrial Licensing Act 1917, Energy Act 1990, Water resources Act 2000 และ Mining Act 2009 แล้วแต่กรณี แม้ว่ากฏระเบียบด้านการถือครองที่ดินและอสังหาริมทรัพย์สำหรับนักลงทุนชาวต่างชาติในนอร์เวย์จะได้รับการผ่อนปรนลงมากหลังจากการเข้าร่วมเป็นสมาชิกสมาคมเขตการค้าเสรียุโรป (EFTA) และการถือกฏการปฏิบัติที่เท่าเทียมกันระหว่างประเทศในสหภาพยุโรป แต่ในทางปฏิบัติ รัฐบาลนอร์เวย์ยังคงข้อจำกัดการให้ชาวต่างชาติเป็นเจ้าของพื้นที่เพาะปลูก และพื้นที่ป่าไม้ในนอร์เวย์ไว้ โดยชาวนอร์เวย์เท่านั้นที่จะมีสิทธิ์ถือครองพื้นที่ดังกล่าว หรือหากชาวต่างชาติต้องการถือครอง ก็จะต้องเป็นผู้ที่ได้รับสิทธิ์พำนักอาศัยถาวร (permanent residence) ในนอร์เวย์เท่านั้น

นอกจากนี้หากการเข้าถือครองพื้นที่เป็นการเช่า เช่น การเช่าสำนักงานเพื่อการค้าโดยระยะเวลาเช่าตามสัญญาไม่เกิน 10 ปี ผู้เช่าชาวต่างชาติไม่จำเป็นต้องขออนุญาตเพื่อเช่าพื้นที่ แต่หากการเช่าที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์มีระยะเวลาการเช่าเกินกว่าที่กำหนด (long-term lease) ผู้เช่าจะต้องได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการ ตาม General Concession Act 2003 ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ฐานข้อมูลหอสมุดกลาง University of Oslo


กฎหมายลิขสิทธิ์และสิทธิบัตร

กฏระเบียบทั่วไป

สิทธิบัตรในนอร์เวย์สามารถออกให้กับผลิตภัณฑ์ อุปกรณ์ หรือกระบวนการ (เช่น กระบวนการการวิเคราะห์ผลเลือดในห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์) โดยผลิตภัณฑ์ อุปกรณ์ หรือกระบวนการดังกล่าวจะต้องเป็นนวัตกรรม ทั้งนี้ผู้คิดค้นนวัตกรรมควรต้องเก็บข้อมูลการจดทะเบียนให้เป็นความลับก่อนการจดทะเบียนเสร็จสิ้น ทั้งนี้เนื่องจากกระบวนการในการออกสิทธิบัตรอาจมีขั้นตอนและระยะเวลาในการดำเนินงานที่ล่าช้า

ค่าธรรมเนียมและการต่ออายุ

ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2557 การจดสิทธิบัตรสำหรับบริษัท (รวมถึงบริษัทในเครือและบริษัทสาขาทั้งหมด) ที่มีจำนวนพนักงานประจำไม่เกิน 20 คน จะมีค่าธรรมเนียม 850 โครนนอร์เวย์ต่อ 10 คำขอจดสิทธิบัตร (Patent Claim) โดยผู้ประกอบการอาจยื่นหนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นบริษัทขนาดเล็กควบคู่ไปกับการขอจดสิทธิบัตร หากบริษัทมีพนักงานประจำเกินกว่า 20 คน ค่าธรรมเนียมในการจดสิทธิบัตร คือ 4,650 โครนนอร์เวย์ต่อ 10 คำขอจดสิทธิบัตร (Paten Claim) ทั้งนี้ ผู้ขอจดสิทธิบัตรจะต้องแนบคำอธิบายนวัตกรรมที่ต้องการจดสิทธิบัตร (Patent Claim)อย่างละเอียด เพื่อเป็นการพิทักษ์สิทธิ์ของผู้ประดิษฐ์นวัตกรรมเอง

อนึ่ง ผู้ขอจดสิทธิบัตรสามารถขอจดสิทธิบัตรในนามตนเอง (Private person)ได้เช่นกัน โดยมีค่าธรรมเนียมในการจดสิทธิบัตรรายบุคคล 1,200 โครนนอร์เวย์ สำหรับคำขอจดสิทธิบัตร (Patent Claim)ในครั้งแรก โดยรายละเอียดในการขอจดสิทธิบัตรจะต้องไม่เกิน 14 หน้ากระดาษ และจ่ายเพิ่มเติมอีก 250 โครนนอร์เวย์ สำหรับหน้าที่ 15 เป็นต้นไป ทั้งนี้ หากผู้ขอจดสิทธิบัตรต้องการขอจดสิทธิบัตรสำหรับนวัตกรรมอื่นในครั้งต่อ ๆ ไป จะมีค่าธรรมเนียม 250 โครนนอร์เวย์ ต่อคำขอจดสิทธิบัตร (Patent Claim)

หลังจากการจดทะเบียน สิทธิบัตรในนอร์เวย์จะคุ้มครองนาน 20 ปี แต่ผู้ประกอบการยังคงต้องจ่ายค่าธรรมเนียมต่ออายุรายปีเพิ่มเติมเพื่อให้สิทธิบัตรยังมีผลคุ้มครอง โดยการจ่ายค่าธรรมเนียมต่ออายุรายปีนี้ จะกำหนดจ่ายครั้งแรกในต้นปีที่ 3 หลังจากจดสิทธิบัตร (รวม 2,100 โครนนอร์เวย์) และจ่ายทุกปีจนถึงปีที่ 20 ในอัตราดังนี้

ปีที่ โครนนอร์เวย์
1 700
2 700
3 700
4 1,350
5 1,650
6 2,000
7 2,200
8 2,550
9 2,850
10 3,200
11 3,500
12 3,850
13 4,200
14 4,500
15 4,850
16 5,200
17 5,500
18 5,800
19 6,200
20 6,500

นอกจากนี้หากนวัตกรรมที่ทำการจดทะเบียนเป็นนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับยาหรือยาสมุนไพร เจ้าของนวัตกรรมสามารถต่ออายุได้อีก 5 ปี โดยมีค่าธรรมเนียมรายปี ปีละ 6,500 โครนนอร์เวย์

ขั้นตอนการจดทะเบียน

ผู้ประกอบการที่ต้องการจดสิทธิบัตรในนอร์เวย์ จะต้องศึกษาข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับนวัตกรรมที่ตนได้ค้นพบว่าเคยถูกจดสิทธิบัตรมาแล้วก่อนหน้าหรือไม่ โดยสามารถตรวจสอบได้จากฐานข้อมูลออนไลน์ http://search.patentstyret.no

อย่างไรก็ตาม หากผู้ประกอบการประสงค์ที่จะให้เจ้าหน้าที่สำนักงานสิทธิบัตรช่วยเหลือในการตรวจสอบเบื้องต้น ผู้ประกอบการสามารถติดต่อได้ที่ศูนย์ข้อมูลสิทธิบัตรและลิขสิทธิ์ เลขที่ Sandakerveien 64 Oslo ในวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 10.00 – 14.00 น. หรือสอบทางทางอีเมล์ได้ที่ post@patentstyret.no

หากผู้ประกอบการได้ทำการตรวจสอบและพบว่านวัตกรรมดังกล่าวสามารถทำการจดสิทธิบัตรได้ ผู้ประกอบการสามารถดำเนินการจดทะเบียนออนไลน์ได้ที่ www.altinn.no

กฎหมายป้องกันการผูกขาด

รัฐบาลนอร์เวย์ให้ความสำคัญกับการผูกขาดสินค้าและบริการเป็นอย่างมาก โดยได้ให้สิทธิ์แก่หน่วยงาน Norwegian Competition Authority ในการแทรกแซงการผูกขาดจากบริษัทต่างๆ นอกจากนี้หน่วยงานดังกล่าวยังมีสิทธิ์ในการแทรกแซงการรวมกลุ่มทางธุรกิจ (Merger and Acquisition) ที่อาจก่อให้เกิดกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ที่นำมาซึ่งการผูกขาดในตลาดอีกด้วย โดยหน่วยงาน Norwegian Competition Authority สามารถกำหนดบทลงโทษผ่านการปรับเงิน การดำเนินคดี หรือมาตรการลงโทษอื่น ๆ แล้วแต่กรณี


มาตรการและสิทธิประโยชน์ของนักลงทุนต่างชาติ

มาตรการสนับสนุนด้านเงินลงทุนและเงินช่วยเหลือจากภาครัฐ

รัฐบาลนอร์เวย์มีมาตรการให้เงินช่วยเหลือสำหรับนักลงทุนในหลายกลุ่มธุรกิจ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนต่างชาติอาจมีข้อจำกัดบางประการในการได้รับสิทธิพิเศษดังกล่าว กล่าวคือนักลงทุนอาจไม่ได้รับเงินช่วยเหลือในการประกอบธุรกิจทางตรง แต่จะได้รับการช่วยเหลือในรูปแบบอื่น ๆ เช่น การให้เครดิตแก่ผู้ซื้อต่างชาติที่ซื้อสินค้าจากผู้ผลิตในนอร์เวย์ผ่านกองทุน Eksportfinans โดยกองทุนดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากธนาคาร ต่าง ๆ ในนอร์เวย์ ร่วมกับรัฐบาลนอร์เวย์เพื่อส่งเสริมให้ผู้ซื้อสินค้าต่างชาติมีความสะดวกในการสั่งซื้อสินค้าจากผู้ผลิตในประเทศ นอกจากนี้ กองทุนดังกล่าวยังครอบคลุมถึงผู้ประกอบการในนอร์เวย์ที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าหรือบริการเพื่อใช้ในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจระหว่างประเทศ (เช่น กิจการเดินเรือสินค้าที่ได้รับเงินรายได้เป็นสกุลเงินต่างประเทศ) รวมถึงการให้เงินกู้แก่ผู้ประกอบการในประเทศที่ต้องการขยายกิจการไปยังต่างประเทศ


มาตรการสนับสนุนด้านภาษี

ภาษีธุรกิจในนอร์เวย์ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับประเทศไทย ทั้งนี้ กฏหมายของนอร์เวย์ไม่ได้ให้สิทธิพิเศษทางภาษีที่ชัดเจนแก่นักลงทุนต่างชาติ แต่จะยกเว้นภาษีให้กับรายได้จากค่าลิขสิทธิ์และดอกเบี้ยของนักลงทุนต่างชาติ หากบริษัทหรือนักลงทุนต่างชาตินั้น ได้รายได้ค่าลิขสิทธิ์หรือดอกเบี้ยจากการขายลิขสิทธิ์ให้กับลูกค้าชาวต่างชาติที่ประกอบธุรกิจอยู่ในต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการจะไม่ได้รับการยกเว้นภาษี หากรายได้จากค่าลิขสิทธิ์หรือดอกเบี้ยดังกล่าวได้มาจากการดำเนินธุรกิจที่ต้องจ่ายภาษีในนอร์เวย์


กฎการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ

การลงทุนของนักลงทุนชาวต่างชาติในนอร์เวย์โดยทั่วไปได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานของภาครัฐ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังไม่มีกฏหมายว่าด้วยเรื่องการลงทุนของนักลงทุนชาวต่างชาติในนอร์เวย์เป็นการเฉพาะ แต่ผู้ลงทุนจะต้องศึกษากฏระเบียบการลงทุนและการเปิดดำเนินธุรกิจจากกฏหมายท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องและอาจเกี่ยวข้องกับธุรกิจที่ต้องการลงทุนหรือเปิดดำเนินงานเป็นรายธุรกิจไป


กิจการที่ไม่อนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติลงทุน

นอร์เวย์ไม่อนุญาตให้ชาวต่างชาติลงทุนในธุรกิจการขนส่งทางน้ำ (maritime transport) ประมง (fisheries) และสื่อวิทยุโทรทัศน์ (audiovisual service) และมีการจำกัดการลงทุนจากนักลงทุนชาวต่างชาติ (หรือแม้กระทั่งนักลงทุนในประเทศเอง) ในธุรกิจบางประเภทที่มีรัฐบาลเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ (monopoly)ได้แก่ กิจการไปรษณีย์ กิจการรถไฟ กิจการค้าปลีกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อย่างไรก็ตาม กิจการผูกขาดโดยรัฐดังกล่าวได้รับการผ่อนปรนลงบ้างในปัจจุบัน โดยรัฐบาลนอร์เวย์อนุญาตให้ชาวต่างชาติสามารถประมูลเข้าร่วมทำธุรกิจให้บริการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (international air express service)และการขนส่งสินค้าทางราง (rail cargo service) ได้

นอกจากนี้ นอร์เวย์ยังมีการจำกัดการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติในธุรกิจบางประเภท เช่น การจำกัดมิให้นักลงทุนหรือบริษัทต่างชาติเข้าถือหุ้นเกินกว่าร้อยละ 20 ในกิจการการผลิตไฟฟ้าพลังงานน้ำ (hydropower) ซึ่งแม้ว่ากฏหมายนอร์เวย์จะอนุญาตให้บริษัทต่างชาติเข้าถือครอง (acquisition) น้ำตกเพื่อการผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานน้ำได้ตามกฏหมาย แต่การลงทุนสร้างบริษัทเพื่อดำเนินการผลิตจริงยังคงต้องร่วมกันกับบริษัทในประเทศ นอกเหนือจากกิจการการผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำแล้ว รัฐบาลนอร์เวย์ยังมีการจำกัดการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติในกิจการอื่น ๆ โดยนักลงทุนจะต้องศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมจากกฎหมายเฉพาะของแต่ละธุรกิจ เช่น กิจการที่เกี่ยวข้องกับการเช่าที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ระยะยาวที่เกินกว่า 10 ปี จะต้องดำเนินงานตามระเบียบว่าด้วยการถือครองและการเป็นเจ้าของ ตาม General Concession Act 2003 หรือการลงทุนในอุตสาหกรรมสำรวจและขุดเจาะปิโตรเลียม จะต้องได้รับอนุญาตจากรัฐบาล ตาม Petroleum Act 1996 เป็นต้น


กิจการที่ได้รับการส่งเสริมจากหน่วยงานทางภาครัฐ

นอร์เวย์ไม่ได้ให้สิทธิ์พิเศษทางด้านภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุนจากทั้งนักลงทุนในประเทศและต่างประเทศกับธุรกิจใด ๆ เป็นการเฉพาะ นอกจากนี้ ยังไม่มีแผนพัฒนาเขตเศรษฐกิจจำเพาะเพื่อการส่งออก (Export free-zone) จึงทำให้ไม่มีเขตเศรษฐกิจรูปแบบดังกล่าวในนอร์เวย์ในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม รัฐบาลนอร์เวย์ได้ให้สิทธิพิเศษทางด้านภาษีแก่ธุรกิจที่มีการลงทุนในเขตพื้นที่ห่างไกล หรือเขตที่มีอัตราการจ้างงานต่ำ เช่น เขตพื้นที่ตอนเหนือ และ Svalbard โดยธุรกิจที่ก่อให้เกิดการจ้างงานในพื้นที่ดังกล่าวจะจ่ายภาษีธุรกิจ (Corporate Tax)ในอัตราที่ต่ำกว่าปกติ และยังมีสิทธิ์ได้รับเงินช่วยเหลือบางส่วนจากรัฐบาลอีกด้วย นอกจากนี้ รัฐบาลนอร์เวย์ยังให้สิทธิ์ในการลดหย่อนภาษีสำหรับค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนาสำหรับอุตสาหกรรมสำคัญ ๆ เช่น อุตสาหกรรมปิโตรเลียม หรืออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีชั้นสูง เช่น งานบริการนอกชายฝั่ง (Off-shore services)เป็นต้น


รูปแบบการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ

นอร์เวย์ไม่ได้มีการจำกัดรูปแบบการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ ยกเว้นการเข้าซื้อกิจการซึ่งอาจก่อให้เกิดการผูกขาดในตลาด ตามหัวข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน หรือการลงทุนในกิจการที่ระบุในหัวข้อกิจการที่ไม่อนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติลงทุน


เมืองเศรษฐกิจที่น่าลงทุน

  จำนวนประชากร ปี 2556 (คน) ธุรกิจที่น่าลงทุน
จำนวนประชากรที่อาศัยอยู่ในเขตเมืองทั่วประเทศ 4,050,638
จำนวนประชากรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบท 978,344
เมืองใหญ่ในนอร์เวย์ (ตามจำนวนประชากร)
Oslo 925,228 การเงิน บริการโลจิสติกส์ ร้านอาหาร บริการสุขภาพ ฯลฯ
Bergen 247,731 ร้านอาหาร การท่องเที่ยว สปา บริการด้านสุขภาพ ฯลฯ
Stavanger/Sandnes 203,771 อุตสาหกรรมน้ำมันและบริการนอกชายฝั่ง การต่อเรือ ฯลฯ
Trondheim 169,972 อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา หรือคนรุ่นใหม่
(life style)
Drammen 110,503 การเงิน บริการโลจิสติกส์ บริการสุขภาพ ร้านอาหาร ฯลฯ
Tromso 70,358 การท่องเที่ยว ร้านอาหาร