กฎระเบียบที่ควรรู้

การค้า

กฏระเบียบทั่วไป

การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในนอร์เวย์ สามารถกระทำได้กับชื่อสินค้า หรือกิจการ หรือหน่วยธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการค้า ตัวเลข ตัวอักษร คำขวัญทางการค้า ตราสัญลักษณ์ รูปภาพ หรือรูปร่างของผลิตภัณฑ์ อุปกรณ์ หีบห่อ เสียงเพลงหรือดนตรีสำหรับการค้าหรือการโฆษณา ทั้งนี้ หากเจ้าของกิจการขายกิจการให้กับผู้ประกอบการรายอื่น หรือซื้อกิจการมาจากเจ้าของกิจการรายอื่น ผู้ประกอบการทั้งสองฝ่ายอาจมีการตกลงร่วมกันเพื่อเปลี่ยนชื่อและที่อยู่ของเจ้าของเครื่องหมายการค้าเป็นผู้ประกอบการรายใหม่ โดยการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะอยู่บนพื้นฐานของความสมัครใจ มิได้ถูกบังคับโดยกฏหมายแต่อย่างใด

สำหรับการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น ผู้ประกอบการจะไม่สามารถจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า สำหรับคำอธิบายสินค้า ที่เป็นคุณลักษณะโดยทั่วไปของสินค้านั้น ๆ อาทิ "ขนมปังธัญพืช" จะไม่สามารถจดทะเบียน เป็นเครื่องหมายการค้าสำหรับขนมปัง เป็นต้น รวมทั้ง ชื่อเครื่องหมายการค้าจะต้องไม่ก่อให้เกิดความสับสนระหว่างสินค้าต่างชนิดหรือสินค้าของคู่แข่งทางการค้า


ค่าธรรมเนียมและการต่ออายุ

ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2557 ค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าใหม่ในนอร์เวย์กำหนดไว้ที่ 2,900 โครนนอร์เวย์ สำหรับการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า 3 เครื่องหมายการค้าแรก (เจ้าของรายเดียวกัน) และ 750 โครนนอร์เวย์ สำหรับเครื่องหมายการค้าที่ 4 เป็นต้นไป

เครื่องหมายการค้าในนอร์เวย์จะมีอายุ 10 ปี โดยผู้ประกอบการสามารถต่ออายุได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งและเสียค่าใช้จ่ายครั้งละ 2,600 โครนนอร์เวย์ สำหรับเครื่องหมายการค้า 3 เครื่องหมายการค้าแรก และอีก 1,000 โครนนอร์เวย์ สำหรับเครื่องหมายการค้าที่ 4 เป็นต้นไป โดยผู้ประกอบการจะต้องรับผิดชอบต่ออายุเครื่องหมายการค้าเอง อย่างไรก็ตาม สำนักงานสิทธิบัตรนอร์เวย์อาจมีการส่งจดหมายเตือน 2 – 3 เดือนก่อนวันหมดอายุ ทั้งนี้ หากมีการต่ออายุล่าช้าและผู้ประกอบการยังประสงค์ที่จะใช้เครื่องหมายการค้าเดิมอยู่ ผู้ประกอบการจำเป็นต้องจ่ายค่าปรับ 550 โครนนอร์เวย์เพิ่มเติมอีกด้วย


ขั้นตอนการจดทะเบียน

ก่อนดำเนินการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าใด ๆ ผู้ประกอบการจำเป็นต้องตรวจสอบว่าเครื่องหมายการค้า ได้ถูกจดทะเบียนโดยผู้ประกอบการรายอื่นแล้วหรือไม่ โดยสามารถตรวจสอบได้จากสำนักงานสิทธิบัตรอุตสาหกรรมนอร์เวย์ (the Norwegian Industrial Property Office) และสามารถดำเนินการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าออนไลน์ได้ทาง www.altinn.no

กฎระเบียบด้านศุลกากร

สำนักงานภาษีและศุลกากร (the Norwegian Customs and Excies Service: Tollvesenet) เป็นผู้รับผิดชอบดูแลด้านภาษีศุลกากรของนอร์เวย์ แม้ว่านอร์เวย์จะไม่ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป แต่ก็ได้มีความร่วมมือกับสำนักงานด้านภาษีศุลกากรของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปอื่น รวมถึงได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านภาษีศุลกากรกับประเทศอื่น ๆ ที่ไม่ได้เป็นสมาชิกกับสหภาพยุโรปอีกด้วย

โดยปกติแล้วการนำเข้าสินค้าสู่นอร์เวย์ หรือการส่งออกสินค้าจากนอร์เวย์นั้น ผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนการนำเข้าส่งออก ยกเว้นสินค้าบางประเภท เช่น การนำเข้าพันธุ์พืชหรืออาหารสัตว์บางชนิด และเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์เกินกว่าร้อยละ 2.5 สินค้าที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง อาวุธ สินค้าอันตราย และสินค้าที่ผ่านการตัดต่อพันธุกรรม เป็นต้น เอกสารสำหรับการจดทะเบียนนำเข้า ประกอบด้วย ใบสำแดงการนำเข้า(import declaration) ที่ระบุมูลค่าสินค้า (the Single Administrative Document – SAD) ซึ่งเป็นเอกสารชนิดเดียวกันกับที่ใช้สำหรับการนำเข้าสินค้ามายังสหภาพยุโรป ใบเสร็จรับเงิน (invoices) ใบสำคัญการขนส่ง (transport documents) ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งการขนส่งทางอากาศ (Airways bill) หรือการขนส่งทางเรือ (BL) หรือเอกสารอื่น ๆ ตามแต่กรณี ใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า (certificate of origin) (ใช้เมื่อมีข้อกำหนดสำหรับการให้สิทธิพิเศษสำหรับสินค้าที่มีแหล่งกำเนิดในบางประเทศ) ใบอนุญาตการนำเข้า (import license) (สำหรับสินค้ากักกัน และสินค้าควบคุมบางชนิด) โดยผู้นำเข้าสามารถส่งเอกสารด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (TVINN system)

อนึ่ง เพื่อเป็นการปฏิบัติตามมติคว่ำบาตรทางการค้าของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (the United Nation Security Council Resolutions) นอร์เวย์จึงมีนโยบายไม่ทำการค้ากับอิหร่าน เกาหลีเหนือ เซียราเลโอน ซูดาน เลบานอน ไอวอรีโคสต์ คองโก ไลบีเรีย และโซมาเลีย นอกจากนี้ ยังร่วมมือกับสหภาพยุโรปในการไม่ทำการค้ากับบางประเทศ ที่เป็นภัยคุกคามความมั่นคงของโลกตามที่สหภาพยุโรปกำหนดอีกด้วย


กฏระเบียบการส่งออก

ผู้ประกอบการที่ต้องการส่งออกสินค้าจากนอร์เวย์ จำเป็นต้องมีการรายงานจำนวนหรือปริมาณสินค้าที่มีการส่งออกอย่างถูกต้อง ทั้งนี้ เพื่อระบุเป็นฐานข้อมูลการส่งออก

สำหรับการส่งออกปลาและผลิตภัณฑ์การประมงจากนอร์เวย์ ที่ผู้ประกอบการจำเป็นต้องจดทะเบียนการส่งออก และจะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมการส่งออก


กฏระเบียบการนำเข้า

นอร์เวย์ไม่ได้เป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป (European Union : EU) แต่เป็นสมาชิกสมาคมการค้าเสรียุโรป (European Free Trade Association: EFTA) อย่างไรก็ตาม โดยที่สมาชิกเดิมของ EFTA เช่น โปรตุเกส ออสเตรีย เดนมาร์ก สวีเดน และสหราชอาณาจักร ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพยุโรป (EU) ในปัจจุบัน ทำให้การนำเข้าสินค้าจากสหภาพยุโรปสู่นอร์เวย์ จะได้รับสิทธิทางภาษีที่พิเศษกว่าการนำเข้าสินค้าจากภูมิภาคอื่น ๆ ยกเว้นการนำเข้าสินค้าเกษตรและประมงที่ยังมีการควบคุมจากรัฐบาลนอร์เวย์ โดยให้สิทธิพิเศษเฉพาะประเทศสมาชิก EFTA ปัจจุบันเท่านั้น (ไม่รวมประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป)

แม้ว่าในปัจจุบัน EFTA จะมีประเทศสมาชิกเหลือเพียง นอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ ลิกเตนสไตน์ และสวิตเซอร์แลนด์ แต่การเป็นสมาชิกของEFTA ดังกล่าว ทำให้นอร์เวย์สามารถขยายเขตการค้าเสรีไปยังประเทศอื่น ๆ อีกกว่า 50 ประเทศ โดยข้อตกลงการค้าเสรีส่วนใหญ่ที่นอร์เวย์ (EFTA) ได้ทำขึ้นนั้น จะครอบคลุมสินค้าที่ไม่เกี่ยวข้องกับสินค้าเกษตรและประมง แต่จะเน้นเกี่ยวกับการลงทุน การบริการ รวมถึงทรัพย์สินทางปัญญาและนวัตกรรมเทคโนโลยีต่าง ๆ

นอกจากนี้นอร์เวย์ยังได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกถาวรขององค์การค้าโลกทำให้การปฏิบัติต่อประเทศคู่ค้าเป็นไปตามกฏระเบียบขององค์การการค้าโลก โดยเฉพาะการปฏิบัติต่อสินค้า / บริการจากประเทศสมาชิกอย่างเท่าเทียมกัน โดยใช้หลักปฏิบัติอย่างชาติที่ได้รับการอนุเคราะห์ยิ่ง (Most-Favored Nation: MFN) ที่นอร์เวย์ให้กับประเทศคู่ค้าภายใต้ FTA กับสมาชิก WTO อื่น ๆ ด้วย

นอกจากนี้ ปัจจุบันนอร์เวย์ยังมีระบบให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (Generalised System of Preference: GSP) แก่ประเทศกำลังพัฒนา โดยไทยเป็นหนึ่งในประเทศคู่ค้าที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีดังกล่าวด้วย


สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรสำหรับสินค้าจากประเทศไทย

ประเทศไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา และได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (GSP) แบบธรรมดา (Ordinary GSP Treatment) จากนอร์เวย์ โดยได้รับการยกเว้นหรือลดหย่อนภาษีศุลกากรสำหรับสินค้านำเข้าที่มีถิ่นกำเนิดจากประเทศไทย ส่วนใหญ่เป็นสินค้าจำพวกอาหาร อาทิ เนื้อสัตว์สำหรับการบริโภค เนื้อปลา และเนื้อปลารมควัน หอยและหมึกแช่แข็ง น้ำผึ้ง โดยสินค้าของไทยที่มีการส่งออกมายังนอร์เวย์ภายใต้สิทธิ์ GSP ได้แก่สินค้าจำพวก ข้าว ข้าวโพดหวาน กางเกงเด็กชายทำด้วยฝ้าย ของปรุงแต่งสำหรับทำซอสสำหรับสินค้าอุปโภคอื่นๆ ซึ่งจะได้รับการลดหย่อนภาษีต่างกัน ตั้งแต่ร้อยละ 10 - 100 โดยมีรายละเอียดเพิ่มเติมดังนี้

เนื่องจากข้อมูลการให้สิทธิพิเศษอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาพเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าเป็นสำคัญ ผู้ประกอบการที่ต้องการขอรับสิทธิ์ GSP ควรตรวจสอบรายละเอียด จากเว็บไซต์ของสำนักงานศุลกากรนอร์เวย์ก่อนการนำเข้า - ส่งออกสินค้า


เงื่อนไขการขอรับสิทธิ GSP

  • เป็นสินค้าที่อยู่ในรายการสินค้าที่นอร์เวย์ให้สิทธิ GSP
  • ผลิตถูกต้องตามกฎแหล่งกำเนิดภายใต้สิทธิพิเศษที่นอร์เวย์กำหนด
  • ส่งตรงจากประเทศที่ทำการผลิตไปยังนอร์เวย์ หรือ ในกรณีที่สินค้าส่งจากประเทศผู้ผลิตไปยังประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปหรือสวิตเซอร์แลนด์แล้ว จึงส่งต่อไปนอร์เวย์ให้ถือว่าเป็นการส่งตรงจากประเทศผู้ผลิตไปนอร์เวย์ โดยมีเงื่อนไขว่าสินค้าดังกล่าวจะต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของศุลกากรสหภาพยุโรปหรือสวิตเซอร์แลนด์ และจะต้องไม่มีการดำเนินการใดๆ กับสินค้านั้น มากไปกว่าการขนส่งขึ้น/ลงเรือ เครื่องบิน หรือการดำเนินการให้สินค้าอยู่ในสภาพดี
  • มีหนังสือรับรองแหล่งกำเนิดสินค้าประกอบการขอใช้สิทธิ์

กฎว่าด้วยแหล่งกำเนิดสินค้า

สินค้าที่จะขอรับสิทธิพิเศษ GSP ได้ จะต้องผลิตตามกรรมวิธีที่กำหนด ดังนี้

  • ผลิตโดยใช้วัตถุดิบ (raw materials) ภายในประเทศผู้ผลิตทั้งหมด (Wholly Obtained Goods) หรือ ผลิตจากวัสดุนำเข้า (imported materials) ที่ได้รับการแปรสภาพอย่างเพียงพอ (Sufficient process) จนกลายเป็นสินค้าใหม่ภายใต้พิกัดศุลกากรที่แตกต่างไปจากพิกัดศุลกากรของวัสดุนำเข้านั้นๆ หรือผลิตจากวัสดุนำเข้าตามอัตราส่วนร้อยละของมูลค่าที่กำหนด ทั้งนี้ จะต้องเป็นไปตามกฎที่ระบุไว้แตกต่างกันไปตามแต่ละรายการสินค้า
  • หากมีการนำเข้าวัสดุหรือวัตถุดิบที่มีแหล่งกำเนิดใน สวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ หรือสหภาพยุโรปจะต้องมีหนังสือรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า EUR I จากสวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ หรือสหภาพยุโรปกำกับมาด้วย
  • วัสดุที่มีแหล่งกำเนิดในประเทศใดประเทศหนึ่งในกลุ่มภูมิภาคอาเซียน (ซึ่งประกอบด้วย สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย บรูไน ฟิลิปปินส์ ไทย เวียดนาม ลาว กัมพูชา และเมียนมาร์)ให้เปรียบเสมือนวัสดุของประเทศผู้รับสิทธิ GSP ที่เป็นประเทศที่สมาชิกอาเซียน ตามกฎแหล่งกำเนิดสะสม (Cumulative Rule) โดยวัสดุดังกล่าวจะต้องมีหนังสือรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า Form A Cumulation จากประเทศผู้ส่งออกวัสดุดังกล่าวกำกับมาด้วย

รัฐบาลนอร์เวย์ได้จำกัดการนำเข้าสินค้าบางประเภท ได้แก่

  • การนำเข้าหรือส่งออกของเก่าที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรม
    โดยผู้นำเข้าหรือส่งออกสินค้าดังกล่าวจำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากสภาศิลปะและวัฒนธรรมแห่งนอร์เวย์ (Arts Council of Norway) เป็นลายลักษณ์อักษร นอกจากนี้ยังต้องแจ้งการนำเข้าส่งออกไปยังสำนักงานศุลกากรสำหรับการส่งออก และต้องมีใบอนุญาตนำเข้าจากเทศบาล (Kommune) ของประเทศต้นทางเพื่อแสดงต่อสำนักงานศุลกากรนอร์เวย์ในการนำเข้าสินค้าดังกล่าวด้วย
  • สินค้าหรือวัสดุใดๆ ที่ได้มาจาก ผลิตจาก หรือมีส่วนประกอบของพืชหรือสัตว์หายากใกล้สูญพันธุ์
    ตามอนุสัญญา ว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศว่าด้วยสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์ (CITES) เช่น เสือดาว ช้างป่า จิ้งจอกภูเขา กล้วยไม้และตะบองเพชรบางชนิด เป็นต้น ผู้นำเข้า-ส่งออกต้องขออนุญาตเป็นกรณีพิเศษ
  • สำหรับการนำเข้าสินค้าเกษตรจำพวกผักและผลไม้ เบอรี่ต่าง ๆ หัวหอม และเมล็ดพันธุ์ต่าง ๆ
    จำเป็นต้องได้รับการตรวจสารเจือปนและแมลงศัตรูพืชที่อาจมากับสินค้า โดยผู้นำเข้าจะต้องส่งเอกสารรับรองความปลอดภัยที่ออกโดยหน่วยงานที่น่าเชื่อถือในประเทศต้นทางให้กับสำนักงานศุลกากรนอร์เวย์ และหากเป็นการนำเข้าสินค้าจำพวกเนื้อสัตว์และปลา ที่มีแหล่งกำเนิดจากประเทศนอกกลุ่มสหภาพยุโรป ผู้นำเข้าจะต้องติดต่อกับสำนักงานอาหารของนอร์เวย์ (The Norwegian Food Safety Authority) โดยตรง และจะต้องได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียดที่ด่านศุลกากร
  • อาวุธอันตรายที่ห้ามนำเข้านอร์เวย์โดยเด็ดขาด
    ได้แก่ ที่ช็อตไฟฟ้าสำหรับป้องกันตัว (stun guns)สเปรย์พริกไทย (pepper spray) ดาวกระจาย (throwing stars) กระบองแบบ batons ดาบหรือมีดยาวแบบ stilettos ปืนอัดลมสำหรับยิงลูกศร หรืออุปกรณ์อื่น ๆ ที่ส่อว่าจะใช้เพื่อสร้างความรุนแรงและเป็นอันตรายต่อผู้อื่น อย่างไรก็ตาม สำหรับการนำเข้าอาวุธ ผู้นำเข้า-ส่งออก สามารถตรวจสอบรายละเอียดการนำเข้าและขอใบอนุญาตนำเข้าจากสำนักงานตำรวจนอร์เวย์