เกร็ดการทำธุรกิจ

ประสบการณ์การดำเนินธุรกิจ

ธุรกิจร้านอาหาร

ผู้ประกอบการที่สนใจลงทุนเปิดร้านอาหารหรือภัตตาคาร ควรเริ่มปฏิบัติดังนี้


ใบผู้ประกอบการ

ผู้ประกอบต้องตัดสินใจเลือกประเภทของการบริหารงาน ว่าจะบริหารกิจการด้วยตัวเองหรือบริหารโดยลูกจ้างท้องถิ่น ทั้งนี้ หากท่านเป็นเพียงนักลงทุน แต่จ้างผู้อื่นบริหาร ผู้บริหารร้านค้าจะต้องสอบผ่านการจัดตั้งธุรกิจทางด้านอาหาร (Food Services Act knowledge test / (Nor) Etablererprøven) โดยทุกร้านควรซื้อหนังสือ Servering Virksomhet ซึ่งถือเป็นหนังสือที่แจกแจงรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับการดำเนินกิจการร้านอาหาร และขายเครื่องดื่ม

โดยผู้ประกอบการสามารถสั่งซื้อได้ที่เว็บไซต์ www.vinn.no และอ่านรายละเอียดเรื่องการสอบได้จากเว็บไซต์ http://www.etablerer.no/


การเลือกทำเล / จดทะเบียนกับเทศบาล

ผู้ประกอบการมีหน้าที่ยื่นเอกสารเพื่อขออนุญาตเทศบาลในพื้นที่ ( kommune) โดยรายการเอกสารที่ต้องยื่นประกอบจะแตกต่างกันในแต่ละเทศบาล (ให้ทำการติดต่อและขอรายละเอียดของเอกสารที่ต้องยื่นจากเทศบาลโดยตรง) นอกจากนี้ผู้ประกอบการจะต้องยื่นแบบแผนผังตัวอาคาร โดยระบุว่ามีพื้นที่สำหรับรับประทานอาหารภายในอาคารและนอกอาคารเป็นจำนวนกี่โต๊ะ นอกจากนี้ ต้องระบุตำแหน่งพื้นที่ใช้สอย เช่น ครัว ห้องน้ำ ทางหนีไฟ เป็นต้น โดยเอกสารเหล่านี้สามารถขอได้จากเจ้าของอาคาร (กรณีซื้อหรือเช่าร้านต่อ)


ใบอนุญาตจากองค์การอาหารและยา

หลังจากนั้น Norwegian Food Safety Authority (Mattilsynet) จะมีหน้าที่ตรวจเรื่องความสะอาด และสุขอนามัย ก่อนการให้ใบอนุญาต และผู้จัดการร้านต้องเป็นผู้ไม่มีความผิดทางอาชญากรรมใดๆ หากให้บริการลูกค้าในเรื่องเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผู้ประกอบการต้องขอใบอนุญาตต่างหากจากใบประกอบการร้าน โดยขอได้จากเขต (kommune) ซึ่งจะได้รับการพิจารณาเป็นรายกรณี เอกสารในการยื่นขอใบอนุญาตในการดำเนินธุรกิจทางด้านอาหาร (Food service licence / Etablererprøven) ของแต่ละเขตอาจแตกต่างกัน ทั้งนี้ หลักฐาน/ข้อมูลส่วนใหญ่ประกอบด้วย

  • ชื่อและที่อยู่ของผู้ประกอบการ และหมายเลขทะเบียนองค์กร (Organization number) (หากเป็นนิติบุคคล)
  • สถานที่ตั้ง
  • หลักฐานการผ่านข้อสอบการจัดตั้งธุรกิจทางด้านอาหาร (Food Services Act knowledge test / Etablererprøven)
  • ใบรับรองภาษีของผู้ประกอบการ (a tax certificate)
  • เอกสาร เช่น สัญญาเช่า การวางแผนทางการเงิน และงบประมาณ

รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.altinn.no (ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดตั้งธุรกิจในนอร์เวย์)

นอกจากนี้ กรณีมีการติดตั้งเตาแก๊สสำหรับประกอบอาหาร ต้องมีเจ้าหน้าฝ่ายดับเพลิงมาทำการตรวจสอบความปลอดภัยภายในตัวอาหารเพิ่มเติม และหากผู้ประกอบการที่ต้องการขอกู้เงินจากสถาบันการเงินในนอร์เวย์ จะสามารถทำได้ก็ต่อเมื่อได้ดำเนินกิจการมาแล้ว 3 ปี


ภาษีการค้า

ถ้าขายแบบ Take Away จะต้องเสียภาษีที่อัตราร้อยละ 15 ส่วนกรณีลูกค้ารับประทานอาหารที่ร้าน จะเสียภาษีที่อัตราร้อยละ 25


การจ้างพ่อครัว- แม่ครัวจากประเทศไทย

จะต้องมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายนอร์เวย์กำหนดดังนี้

  • จบการศึกษาในสาขาที่เกี่ยวข้อง หรือมีประสบการณ์ทำงานด้านอาหารอย่างน้อย 10 ปี โดยจะต้องมีประสบการณ์ทำงานจากร้านอาหารที่มีมาตรฐานระดับสากล หรือโรงแรมเป็นระยะเวลาอย่างน้อยเกินครึ่งหนึ่งของประสบการณ์ทำงานทั้งหมด
  • ได้รับประกาศณียบัตรพ่อครัวระดับ 2  ( 'level 2' cook.)

ความสัมพันธ์กับนายจ้าง

  • ต้องมีสัญญาจ้างงานโดยระบุชื่อร้านอาหารหรือภัตตาคารที่จะเข้าทำงาน  และไม่สามารถรับจ้างงานในหลายๆ ภัตตาคารพร้อมกัน แม้ว่าจะเป็นเจ้าของคนเดียวกันก็ตาม
  • ตำแหน่งงานต้องเป็นงานสำหรับพ่อครัวที่ทำอาหารประจำชาติเท่านั้น (ethnic cook)
  • ภัตตาคารหรือร้านอาหารจะต้องเป็นขายอาหารประจำชาติ (เจาะจงชาติ) เท่านั้น  ในบางกรณี อาจจะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษในสามารถขายอาหารนอกเหนือจากอาหารประจำชาติ
  • อัตราจ้างงานต้องไม่ต่ำกว่า อัตราค่าแรงที่กำหนดโดย  Riksavtalen สำหรับลูกจ้างโรงแรมหรือร้านอาหาร
    ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก Riksavtalen
  • สัญญาจ้างงานสามารถทำกับนายจ้างที่เป็นลักษณะขนส่งอาหาร (a catering company) ก็ได้  แต่จะต้องระบุประเภทอาหารประจำชาติเท่านั้น

สิทธิ์และหน้าที่

  • พ่อครัวที่สมัครงานมาจากเมืองไทยจะได้ใบอนุญาตพำนักในนอร์เวย์เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยจะต้องทำการต่อใบอนุญาตปีต่อปี และหากทำงานต่อเนื่องติดต่อกัน 3 ปี จะมีสิทธิ์ขอใบอนุญาตพำนักถาวร (a permanent residence permit) ได้
  • ครอบครัวของพ่อครัว หรือแม่ครัว สามารถขอใบอนุญาตติดตามมาพำนักอาศัยในนอร์เวย์ได้
  • ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลง เช่น เปลี่ยนร้านอาหาร หรือนายจ้าง จะต้องทำการยื่นขอใบอนุญาตใหม่ (ระบุร้านอาหารใหม่ด้วยสัญญาจ้างงานใหม่ เป็นต้น) เว้นเสียแต่ว่า เป็นผู้ที่ได้รับใบอนุญาตพำนักถาวรแล้ว

เกร็ดความรู้ทั่วไปสำหรับการทำร้านอาหาร

  • รสชาติอาหาร  ควรเน้นความเป็นไทย 
  • คนนอร์เวย์ยุคใหม่ มีแนวโน้มจะรับประทานอาหารนอกบ้านมากขึ้น
  • ทำเลที่ตั้งและสถานที่จอดรถ เป็นสิ่งสำคัญที่ควรพิจารณาอย่างถี่ถ้วน เพราะมีความสำคัญใกล้เคียง กับรสชาติและความสะอาด
  • การเปิดร้านอาหารในต่างจังหวัด หรือในสถานที่ใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีร้านอาหารไทยตั้งมาก่อน  อาจจะให้ผลทางลบมากกว่าทางบวก  จากประสบการณ์ของผู้เปิดกิจการในที่ใหม่ๆ  และต้องปิดตัวลงภายในเวลาก่อน 3 ปี  ให้เหตุผลว่าผู้บริโภคโดยเฉพาะในเมืองเล็กๆ  จะยังคงไม่กล้าเปิดใจทดลองชิมอาหารไทย  ต่างจากผู้บริโภคในเมืองใหญ่  ที่อาจมีประสบการณ์การรับประทานอาหารไทยมาก่อน ระหว่างเยือนประเทศไทย จะเปิดใจยอมรับได้เร็วกว่า
  • การเปิดร้านอาหารในนอร์เวย์ เป็นการเพิ่มโอกาสในการทำธุรกิจด้านอาหาร สู่ประเทศในแถบยุโรปเหนือ เนื่องด้วยประเทศเหล่านั้นมีค่าแรง ค่าครองชีพและพฤติกรรมการบริโภคที่ใกล้เคียงกับชาวนอร์เวย์

ธุรกิจสถานนวดแผนโบราณเพื่อสุขภาพ

ปัจจุบันการเปิดสถานนวดแผนโบราณเพื่อสุขภาพได้รับการยอมรับในนอร์เวย์มากขึ้น รัฐบาลยังได้เพิ่มมาตรฐานต่างๆ เช่น ผู้ประกอบการจะต้องเข้าฝึกอบรมในสถานการศึกษาของนอร์เวย์และได้รับใบประกอบวิชาชีพ ผู้ประกอบการหลายท่านเลือกที่จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมนวดแห่งนอร์เวย์ (http://www.massasjeforbundet.no/) โดยทางสมาคมจะคอยสอดส่องดูแลและให้คำปรึกษากับสมาชิก เช่น การ จัดทำประกันภัยของสถานประกอบการ จัดการระบบภาษีให้ถูกต้อง การจัดส่งบันทึกทางการเงินตามเวลาที่กำหนด เป็นต้น


การรับพนักงานนวด

คุณสมบัติตามกฎหมายนอร์เวย์

  • จบการศึกษาในสาขาที่เกี่ยวข้อง โดยภาคการศึกษาต้องมีระยะเวลาอย่างน้อย 3 ปี  หรือเทียบเท่าระดับปริญญาตรี
  • กรณีไม่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัย แต่เป็นหลักสูตรพิเศษ หรือผ่านประสบการณ์ทำงานด้านสุขภาพหรือนวดจะต้องได้รับการพิจารณาเป็นกรณีไป

อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมายังไม่เคยปรากฏว่ามีพนักงานนวดจากไทยที่ได้รับวีซ่าเข้ามาทำงานในสถานนวดแผนโบราณโดยตรง ทั้งนี้ เนื่องจากใบประกอบวิชาชีพของสถาบันในไทย ไม่ตรงกับข้อกำหนดของนอร์เวย์ กล่าวคือ เป็นการเรียนการสอนหลักสูตรระยะสั้น ไม่ถึงสามปี หรือไม่เทียบเท่าปริญญาตรี ทำให้ผู้ประการในนอร์เวย์โดยส่วนใหญ่จึงเลือกที่จะจ้างพนักงานท้องถิ่น (คนไทยหรือต่างชาติ) ที่มีใบประกอบวิชาชีพในนอร์เวย์แทน


ความสัมพันธ์กับนายจ้าง

  • ต้องได้รับสัญญาจ้างงาน กำหนดตำแหน่งงานเป็นลักษณะงานประจำจากผู้ว่าจ้างในนอร์เวย์ 
  • รายละเอียดในสัญญาจ้างงานต้องระบุเป็นแรงงานที่มีทักษะเท่านั้น (skilled worker)
  • อัตราค่าจ้างต้องไม่ต่ำกว่า อัตราค่าแรงมาตรฐานของนอร์เวย์

ผู้สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก
http://www.udi.no/en/want-to-apply/work-immigration/skilled-workers/?c=tha#Skilled-worker-with-a-Norwegian-employer-1

การจัดตั้งสถานนวดแผนโบราณเพื่อสุขภาพจะต้องจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทกับสำนักงานทะเบียนที่เรียกว่า Brønnøysundregistrene ซึ่งตั้งอยู่ที่เมือง Brønnøysund และต้องนำใบประกาศนียบัตรหมอนวดแผนโบราณไปยื่นต่ออนามัยเขต County ที่เรียกว่า Fylkeslegen เพื่อขออนุมัติการประกอบสถานนวดแผนโบราณ โดยขั้นตอนทั้งหมดใช้เวลาดำเนินการประมาณ 3 เดือน

ผู้สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก
http://www.brreg.no/english/registers/