เกร็ดการทำธุรกิจ

วัฒนธรรมทางธุรกิจ

การทักทาย

การทักทายเมื่อติดต่อธุรกิจกับชาวนอร์เวย์เป็นไปแบบเรียบง่าย กล่าวคือ การจับมือ (เชคแฮนด์) และสบตาคู่สนทนาพร้อมรอยยิ้มขณะแนะนำตัว พร้อมแนะนำชื่อและนามสกุล หากมีเด็กหรือคนที่อายุน้อยกว่าในวงสนทนา ให้จับมือเพื่อเป็นการทักทายด้วยเช่นกัน สำหรับการจับมือ ให้จับมือตามลำดับคนที่มาก่อน (ไม่เน้นว่าต้องจับมือทักทายผู้หญิงก่อนผู้ชาย)

ในกรณีที่ต้องการปรับให้เป็นทางการมากยิ่งขึ้น เช่น การเขียนจดหมายธุรกิจ(อีเมล์) ถึงคู่ค้า สามารถใช้คำว่า "Herr" (สำหรับสุภาพบุรุษ) หรือ "Fru" (สำหรับสุภาพสตรี) และตามด้วยนามสกุล (ความเห็นผู้รวบรวม คนนอร์เวย์โดยส่วนใหญ่เน้นความเรียบง่าย จึงนิยมเรียกชื่อตัว มากกว่าการใช้คำว่า Herr หรือ Fru)

ชาวนอร์เวย์ถูกสอนให้อ่อนน้อมถ่อมตน และไม่ให้ถือตนว่าตนดีหรือสูงกว่าคนอื่น กฎข้อนี้รู้จักกันดีในชื่อ Jante's Law ซึ่งคนนอร์เวย์ทุกคนจะถูกปลูกฝังตั้งแต่วัยด็ก ดังนั้น ในการแนะนำตัวกับชาวนอร์เวย์ จึงควรหลีกเลี่ยงการโอ้อวด หรือแสดงที่ท่ามั่นใจในตัวเองจนเกินพอดี แต่ก็ไม่ควรแสดงความอ่อนน้อมจนขาดความมั่นใจคนนอร์เวย์โดยส่วนใหญ่หลีกเลี่ยงตำหนิบุคคลอื่นๆ รวมถึงการไม่พูดถึงความร่ำรวยหรือสถานะทางการเงินของตัวเอง


การสนทนา

รูปแบบการสนทนาเน้นแบบไม่เป็นทางการ กระชับ ชัดเจน และควรเป็นการแลกเปลี่ยนบทสนทนา ไม่ควรให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นผู้สนทนาเพียงฝ่ายเดียว แม้รูปแบบการสนทนาและติดต่อธุรกิจของคนนอร์เวย์ไม่เน้นพิธีรีตรอง แต่ควรเน้นรูปแบบการสนทนาที่แบบสุภาพ ให้เกียรติคู่สนทนา

การสร้างความเชื่อถือและสร้างความมั่นใจให้เกิดขึ้นกับคู่ค้า นับเป็นปัจจัยสำคัญปัจจัยหนึ่งในการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จในนอร์เวย์ สิ่งที่สามารถสร้างความเชื่อมั่นระหว่างคู่ค้า ได้แก่ ข้อมูลพื้นฐานขององค์กรหรือตัวคุณเอง หรือจากประสบการณ์รวมถึงคุณภาพของงาน กล่าวคือ ผู้ประกอบการต้องแม่นยำในข้อมูล มีทั้งข้อมูลเชิงลึกและกว้าง โดยการสร้างความสัมพันธ์กับคู่ค้าชาวนอร์เวย์นั้นจะเป็นไปแบบช้าๆ

ชาวนอร์เวย์พูดตรงไปตรงมา และมีความหนักแน่นทางอารมณ์ แม้จะมีความเห็นไม่ตรงกันแต่จะสนทนาด้วยเหตุผล พร้อมทั้งกล้าจะปฏิเสธในสิ่งที่ตนไม่เห็นด้วยอย่างชัดเจนไม่อ้อมค้อม สามารถแยกแยะระหว่างธุรกิจกับเรื่องส่วนตัว คนนอร์เวย์คาดหวังว่าคู่สนทนาจะให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และสัตย์จริง บางครั้งหากผู้ประกอบการสามารถชี้ให้เห็นจุดด้อยหรือติเพื่อก่อ ด้วยความจริงใจ จะสามารถสร้างความรู้สึกขอบคุณในความจริงใจนั้น ซึ่งได้รับการยอมรับมากกว่าการที่เราจะเห็นดีเห็นงามตามกันไปในทุกเรื่อง


การเจรจาธุรกิจ

การตรงต่อเวลาถือเป็นสิ่งสำคัญ หากท่านจะมาสาย ควรโทรแจ้งล่วงหน้าว่าท่านจะเข้าประชุมล่าช้ากว่ากำหนด การสนทนาจะเริ่มต้นด้วยการสนทนาทั่วไป (small talk) ก่อนจะลงรายละเอียดไปสู่การเจรจาธุรกิจ ให้ท่านสังเกตอารมณ์และรูปแบบของคู่ค้าธุรกิจของท่านและพยายามสนทนาตามจังหวะและรูปแบบการสนทนาเดียวกัน

หากเป็นการนำเสนองานให้ท่านเตรียมข้อมูลให้เพียงพอสำหรับการตอบคำถามและการวิเคราะห์ วิจารณ์ข้อมูลต้องถูกต้องและแม่นยำ เข้าใจง่ายและกระชับ ชาวนอร์เวย์โดยส่วนใหญ่เป็นนักวิเคราะห์ ส่งผลให้พวกเขาหาข้อสรุปได้อย่างรวดเร็ว ให้หลีกเลี่ยงการโต้ตอบแบบก้าวร้าว ในการนำเสนองาน

การตัดสินใจจะทำโดยผู้บริหารระดับสูงหรือระดับหัวหน้าในองค์การ หากท่านสนทนากับบุคคลระดับทั่วไป โดยส่วนใหญ่จะเป็นไปเพื่อเป็นการเก็บข้อมูลสำหรับใช้ในการตัดสินใจต่อเท่านั้น


After Business Hours/ Meals

การได้เชิญรับประทานอาหารกลางวันร่วมกันกับคู่ค้าชาวนอร์เวย์ ถือเป็นเรื่องปกติ โดยส่วนใหญ่จะมีการเจรจาธุรกิจระหว่างรับประทานอาหารกลางวัน ส่วนอาหารเย็นไม่นิยมสนทนาธุรกิจ เว้นเสียแต่ว่าคู่ค้าชาวนอร์เวย์จะเป็นฝ่ายเริ่มการสนทนานำไปสู่เรื่องธุรกิจ

นักธุรกิจชาวนอร์เวย์ใช้เวลาอาหารเย็น (Business dinners) แตกต่างกัน แล้วแต่ประเภทของธุรกิจ โดยส่วนใหญ่แล้วจะใช้เวลาไม่นานนัก เช่น ไม่เกินตีสอง เป็นต้น หลังรับประทานอาหารเสร็จ ไม่ควรรีบลากลับทันทีแต่ควรนั่งเพื่อสนทนาๆ ในหัวข้อสนทนาทั่วๆ ไป

หากท่านได้รับการแนะนำให้ทดลองอาหารใหม่ๆ ที่ตัวท่านเองไม่สามารถรับประทานได้ ควรบอกกับทางเจ้าภาพอย่างตรงไปตรงมา ไม่ควรฝืนรับประทานเพื่อความสุภาพ


เวลาทำงาน

เวลาทำงานโดยทั่วไป คือ 7.5 ชั่วโมง และเวลาพักรับประทานอาหารกลางวันอีก 30 นาที รวมเป็น 8 ชั่วโมง ช่วงเวลาทำงานหลักคือ 8.00-16.00 น. หากแต่ในหลายๆ บริษัทจะให้สิทธิ์กับพนักงาน เรียกว่า Flexi time กล่าวคือ พนักงานจะเข้างานเวลาใดก็ได้ แต่ไม่สายเกิน 10.00 น. และทำงานต่อไปจนครบ 8 ชั่วโมง


ภาษากาย (Body Language)

นักธุรกิจชาวนอร์เวย์ไม่นิยมแตะเนื้อต้องตัวคู่สนทนา ยกเว้นการจับมือทักทายเมื่อเจอกันและลา การตบหลัง, บ่า หรือกอดคอเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมสำหรับการติดต่อสนทนากับคู่ค้า ชาวนอร์เวย์รักความเป็นส่วนตัวและต้องการพื้นที่ระหว่างบุคคล (personal space) มากกว่าชาวไทย เช่น การยืนในลิฟท์ หรือการจัดที่นั่งประชุม ท่านควรเว้นพื้นที่ว่างระหว่างตัวบุคคลในระยะที่เหมาะสม


การให้ของขวัญของฝาก

หากได้รับเชิญไปรับประทานอาหารที่บ้านชาวนอร์เวย์ ให้ซื้อดอกไม้ ช็อคโกแลต ไวน์ หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อื่นให้เจ้าของบ้าน (อาจจะส่งดอกไม้ให้ช่วงเช้า เพื่อเจ้าของบ้านจะได้นำไปตกแต่งบ้านสำหรับอาหารเย็นวันเดียวกัน) ควรหลีกเลี่ยงดอกคาร์เนชั่น ลิลลี่ หรือดอกไม้สีขาวอื่นๆ เพราะเป็นดอกไม้สำหรับงานศพ

นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการให้ของฝากก่อนเริ่มการสนทนาทางการค้า เพราะอาจจะถูกตีความว่าเป็นการให้ของเพื่อซื้อใจ หรือเป็นการคอรัปชั่น ท่านสามารถมอบของที่ระลึกหลังจากการสนทนาเสร็จสิ้น หรือหลังจากมีเซ็นต์สัญญาตกลงทางธุรกิจกันแล้ว