เกร็ดการทำธุรกิจ

พฤติกรรมผู้บริโภค

พฤติกรรมการบริโภคของนอร์เวย์จะมีแนวโน้มรูปแบบคล้ายคลึงกับประเทศอื่นๆ ในกลุ่มประเทศ นอร์ดิกส์ หรือสแกนดิเนเวีย กล่าวคือ นิยมสินค้าที่มีเทคโนโลยีก้าวหน้า ทันสมัย นำแฟชั่นแต่เรียบง่าย มีมาตรฐาน / คุณภาพสูง นิยมจัดตกแต่งบ้านที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะในฤดูหนาวที่ไม่สามารถทำกิจกรรมภายนอกบ้านได้มากนัก นิยมสินค้าที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกาย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และเหมาะกับสังคมของคนสูงวัย (aging society)

มีแนวโน้มการนิยมผลิตภัณฑ์อาหารเกษตรอินทรีย์ (organic) เครื่องประดับตกแต่งบ้าน และสินค้าที่มีใบรับรองมาตรฐานสากล หรือสามารถตรวจสอบห่วงโซ่การผลิตได้ เช่น ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หรือบริษัทที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม เช่น เฟอร์นิเจอร์ สินค้าประมง เป็นต้น นอกจากนี้ ชาวนอร์เวย์ยังชอบการออกกำลัง/สันทนาการกลางแจ้ง และมีชีวิตที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ ดังนั้น จึงให้ความสำคัญกับอุปกรณ์กีฬา เดินป่า และการท่องเที่ยวตามธรรมชาติ

อนึ่ง มาตรฐานคุณภาพสินค้าถือเป็นกุญแจสำคัญของการส่งออกมายังตลาดนี้ นอจการ ยังควรให้ความใส่ใจกับการสร้างตราสินค้าของตนเอง ชูจุดเด่นทางด้านการใส่ใจด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม (Corporate Responsibility) การรักษามาตรฐานสากล (Standards & Codes) การใส่ใจด้านคุณภาพ (Quality Management) เช่น ใช้สัญลักษณ์หรือตรารับรองเกษตรอินทรีย์ของ EU (EU Organic Logo) หรือ Nordic Ecolabel เพื่อเป็นการเพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคถึงวิธีการจัดหาและกระบวนการผลิตอย่างยั่งยืน


แบบสรุปรูปแบบพฤติกรรมชาวนอร์เวย์



การกระจายอำนาจ (Power Distance)

สังคมนอร์เวย์เน้นความเท่าเทียมกัน แม้ในความเป็นจริงอำนาจทางสังคมของแต่ละคนจะมีความแตกต่างกัน เช่น ผู้เป็นหัวหน้า มีอำนาจการตัดสินใจสูงกว่าผู้ใต้บังคับบัญชา แต่คนนอร์เวย์คาดหวังว่าทุกคนจะมีอำนาจทางสังคมเท่าเทียมกัน ไม่มีใครมีอำนาจสูงกว่าใคร ทุกคนคาดหวังว่าจะได้รับและจะยอมรับการกระจายอำนาจในองค์กรหรือสังคมแบบเท่าเทียมกัน สังคมนอร์เวย์เป็นสังคมสันโดด มีความเป็นปัจเจกสูง ชอบความเป็นอิสระ และปิรามิดทางสังคม (Hierarchy) ไม่สูงเมื่อเทียบกับสังคมในแถบเอเชีย ทุกคนคาดหวังจะได้รับสิทธิเท่าเทียมกัน มีการกระจายอำนาจภายในองค์กร(สังคม) จากส่วนกลาง (decentralization) และผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้บังคับบัญชา จะได้รับเลือกจากประสบการณ์ทำงานและสามารถทำหน้าที่ให้คำปรึกษาได้ คนนอร์เวย์ไม่ชอบ หัวหน้าที่ใช้อำนาจควบคุมและเน้นการทำงานและติดต่อสื่อสารแบบไม่เป็นทางการระหว่างเจ้านายกับลูกจ้าง (ผู้ใต้บังคับบัญชาสามารถเรียกชื่อหัวหน้า ไม่จำเป็นต้องเรียกนามสกุลเวลาทำงาน) คนนอร์เวย์เน้นการสื่อสารแบบตรงไปตรงมา มีส่วนร่วมและจดจ่อกับหัวข้อที่สนทนา


สังคมปัจเจกนิยม (Individualism)

สังคมนอร์เวย์เน้นความเป็นส่วนตัวสูง ทุกคนถูกสอนและคาดหวังว่าทุกคนจะดูแลตัวเองได้ และหากจะต้องดูแลบุคคลอื่น ก็เป็นเพียงคนในครอบครัวเท่านั้น ต่างจากสังคมขยาย (Collectivist societies) แบบสังคมไทย ที่คนอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่มใหญ่ ทุกคนมีหน้าที่รับผิดชอบต่อคนในสังคมแม้จะไม่ใช่ญาติใกล้ชิดก็ตาม

จากผลการเก็บข้อมูล สังคมนอร์เวย์เป็นสังคมสันโดด ความเห็นของคนๆ หนึ่งจะได้รับการรับฟังและนำไปพิจารณา เช่น หากพนักงานหนึ่งคนในบริษัทแจ้งหัวหน้าว่าต้องการให้มีการปรับปรุงสถานที่นั่งในสำนักงานเพื่อสุขภาพของพนักงาน เสียงหนึ่งเสียงนั้นจะได้รับการพิจารณา การสื่อสารต้องเน้นข้อมูลที่เป็นความจริง เป็นไปได้ ในขณะเดียวกัน สังคมคาดหวังว่าแต่ละคนจะเคารพความเป็นส่วนตัว (กล่าวคือ ไม่ถามข้อมูลส่วนตัวมากเกินความพอดี) และต้องเคารพคู่สนทนา คนนอร์เวย์แบ่งแยกชัดเจนระหว่างงานกับชีวิตส่วนตัว ด้วยความเป็นสังคมปัจเจกนิยมนี่เอง ทำให้มีการอัตราการเปลี่ยนงานบ่อยเพราะพนักงานมองประเด็นการพัฒนาตัวเองมากกว่าผลประโยชน์โดยรวมของสังคม

โดยเหตุผลนี้สินค้าจำพวกเฟอร์นิเจอร์ที่สามารถนำมาประกอบเองทีบ้านได้ เช่น สินค้าจาก Ikeaจึงตอบโจทย์สังคมนอร์เวย์เรื่องความเป็นสันโดดได้อย่างชัดเจน


ลักษณะทางสังคม (Masculinity)

สังคมนอร์เวย์เป็นสังคมแห่งความเอื้ออาทร (feminine) จะให้ค่าความสำเร็จที่การมีนำใจเอื้อเฟื้อดูแลผู้อื่น และคุณภาพของชีวิต สังคมลักษณะนี้มองว่าการประสบความสำเร็จคนเดียวแบบทิ้งผู้อื่นไว้ข้างหลังไม่ใช่สิ่ง ที่ดี เราจะเห็นได้โดยทั่วใจว่าสินค้าที่มีส่วนช่วยเหลือสังคม เช่น เป็นสินค้าของชาวสวนจากประเทศในแอฟริกา หรือสินค้าที่มีการปันรายได้ส่วนหนึ่งไปช่วยประเทศโลกที่สาม จะได้รับความสนใจกว่าสินค้าในมาตรฐานเดียวกัน แต่ไม่มีการแบ่งปันต่อสังคม นอกจากนี้สังคมนอร์เวย์ยังเน้นการรักษาสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมากอีกด้วย

คนนอร์เวย์ไม่ชื่นชม คนที่พยายามทำตัวเด่นดัง แต่ชื่นชอบความสุภาพ อ่อนน้อมถ่อมตน ดังนั้น ในการติดต่อธุรกิจกับชาวนอร์เวย์ ควรพึงระวังไม่อวดอ้างความรู้ความสามารถจนเกินพอดี เว้นเสียแต่ว่าสินค้าของท่านหรือตัวท่านเองได้รับการยอมกับเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง

ความเป็นปึกแผ่นทางสังคมในชีวิตเป็นสิ่งที่สำคัญทำงานเพื่ออยู่ และทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ในระบบงานมีการให้ความยืดหยุ่นเรื่องเวลาทำงานของพนักงาน ซึ่งถือเป็นแรงจูงใจในการทำงานเป็นอย่างดี การทำงานร่วมกัน เน้นการสนทนาโต้ตอบระหว่างกัน เพื่อความเข้าใจที่เพิ่มขึ้น คนนอร์เวย์ให้คุณค่ากับการพัฒนาตนเอง เลี่ยงการกล่าวถึงสถานะไม่ว่าจะเป็นทางการเงินหรือสังคม หัวหน้าองค์กรมีหน้าที่ให้การสนับสนุนและการตัดสินใจกับผู้ใต้บังคับบัญชา ทั้งนี้จะเปิดโอกาสให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีสามารถทำได้โดยการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจนั้นๆ ด้วย


การหลีกเลี่ยงความไม่แน่นอน (Uncertainty Avoidance)

เป็นการอธิบายลักษณะสังคมว่ามีความรู้สึกอย่างไรกับสถานการณ์ที่พยากรณ์ไม่ได้ จะควบคุมอนาคตหรือเพียงแค่ปล่อยให้มันเกิดขึ้น สังคมนอร์เวย์ไม่มีความเด่นชัดในหัวข้อนี้ กล่าวคือ ไม่มีการจัดกลุ่มอย่างชัดเจนว่าคนชอบความแน่นอนหรือชอบความท้าท้ายของความไม่แน่นอน


สังคมรักษากฎเกณฑ์ (Pragmatism)

วัฒนธรรมนอร์เวย์เป็นสังคมกฎเกณฑ์ (Normative society) กล่าวคือ ผู้คนในสังคมส่วนใหญ่ ให้ความสำคัญกับกฎระเบียบ ให้ความสำคัญกับเวลา และจารีตประเพณี และมองการเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ไทยและนอร์เวย์มีมิติทางสังคมในข้อนี้ใกล้เคียงกันมากที่สุด เมื่อเทียบกับมิติอื่นๆ


สังคมแบบอิสระ (Indulgence)

สังคมนอร์เวย์เป็นสังคมแบบอิสระ (Indulgence) กล่าวคือชาวนอร์เวย์ส่วนใหญ่มีความเป็นปัจเจกและรักความเป็นอิสระสูง ผู้คนสามารถแสดงความเป็นตัวตน และแสดงออกเพื่อตอบสนองสิ่งเร้าหรือความต้องการในสาธารณะ ได้อย่างเปิดเผย ซึ่งต่างจากสังคมแบบจำกัด (restraint) ที่ผู้คนมักเก็บอารมณ์หรือควบคุมการแสดงออกต่อสิ่งเร้าต่างๆไว้ภายใน ทั้งนี้อาจเนื่องด้วยการปฎิบัติตนภายใต้กรอบเกณฑ์และการยอมรับของสังคม และการแสดงออกเพื่อตอบสนองต่อสิ่งเร้าหรือความต้องการที่อาจไม่แป็นที่ยอมรับตามจารีตประเพณี