รู้จักนอร์เวย์

ความสัมพันธ์กับไทย

ด้านการเมือง

ประเทศไทยเริ่มมีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับนอร์เวย์ เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2448 หลังจากที่นอร์เวย์ได้ประกาศเอกราชและแยกตัวออกจากสวีเดนโดยสันติ เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2448 ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับนอร์เวย์ใกล้ชิดมากขึ้นจากการเสด็จฯ เยือนนอร์เวย์ของพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อเดือนมิถุนายน 2450 ซึ่งได้ทรงลงพระนามาภิไธยย่อ “จปร” ไว้บนก้อนหิน ณ บริเวณนอร์ดแคปป์ (Nordkapp) ต่อมาได้มีการจัดสร้างพิพิธภัณฑสถานไทย ณ นอร์ดแคปป์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีได้เสด็จฯ เยือนนอร์เวย์ เพื่อทรงเปิดพิพิธภัณฑ์ดังกล่าว เมื่อปี 2532

เมื่อปี 2495 ทั้งสองฝ่ายได้มีการแลกเปลี่ยนผู้แทนทางการทูตในระดับอัครราชทูต และได้ยกฐานะความสัมพันธ์ขึ้นเป็นระดับเอกอัครราชทูตตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2503 จากนั้น นอร์เวย์ได้แต่งตั้งเอกอัครราชทูตมาประจำประเทศไทยตลอดมา ส่วนไทยได้เปิดสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงออสโล เมื่อเดือนสิงหาคม 2530 และต่อมาเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2544 คณะรัฐมนตรีมีมติให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงออสโล มีเขตอาณาครอบคลุมลัตเวีย เพิ่มเติมอีกประเทศหนึ่งด้วย

นอกจากนี้ นอร์เวย์ยังเคยมีบทบาทที่สร้างสรรค์ในการเชื่อมความสัมพันธ์ไทย - จีน โดยเมื่อต้นปี 2514 โดยนอร์เวย์ได้ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการจัดให้ผู้แทนฝ่ายไทยและฝ่ายจีนได้พบปะหารือกันที่นครนิวยอร์ก เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2514 ระหว่างนายอานันท์ ปันยารชุน เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก และนายเจียว กง หัว (Chiao Kuan-Hua) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน อันนำไปสู่การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2518

ปัจจุบัน ประเทศไทยมีสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงออสโล เป็นสำนักงานผู้แทนทางการทูตของไทยนอร์เวย์ ขณะที่ฝ่ายนอร์เวย์ นอกจากจะมีสถานเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทย (เขตอาณาครอบคลุมประเทศไทยและกัมพูชา) แล้ว ยังมีสถานกงสุลนอร์เวย์ประจำประเทศไทย จำนวน 2 แห่ง คือ เมืองพัทยา และจังหวัดภูเก็ต


ด้านเศรษฐกิจ

การค้า

ไทยและนอร์เวย์มีกรอบการส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจภายใต้คณะกรรมาธิการร่วมทางเศรษฐกิจ การเดินเรือ อุตสาหกรรม วิชาการและการค้า ไทย-นอร์เวย์ ซึ่งได้มีการประชุมมาแล้ว 4 ครั้ง ระหว่างปี 2529-2542 ไทยและนอร์เวย์ยังได้ขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจในกรอบพหุภาคี คือ การเจรจาจัดทำความตกลงเขตการค้าเสรีระหว่างไทยกับสมาคมการค้าเสรียุโรป (European Free Trade Association - EFTA) ซึ่งมีสมาชิก 4 ประเทศ ได้แก่ ไอซ์แลนด์ ลิกเตนสไตน์ นอร์เวย์ และสวิตเซอร์แลนด์ โดยทั้งสองฝ่ายได้เริ่มดำเนินการเจรจาตั้งแต่ปี 2548 และได้หยุดชะงักไปเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของไทยเมื่อเดือนกันยายน 2549 โดยล่าสุด ที่ประชุมร่วมรัฐสภาไทยเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2556 ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบร่างกรอบการเจรจาความตกลงการค้าเสรีระหว่างไทยกับ EFTA แล้ว อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายอยู่ระหว่างพิจารณาช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการเริ่มต้นเจรจาในรอบแรก

นอร์เวย์เป็นคู่ค้าอันดับ 58 ของไทย และเป็นคู่ค้าอันดับ 2 ในกลุ่ม EFTA โดยในปี 2557 มูลค่าการค้ารวม 731.84 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 17.52 โดยไทยส่งออก มูลค่า 386.22 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 99.95 และนำเข้า มูลค่า 345.62 ลดลงร้อยละ 19.54 สินค้าหลักที่ไทยส่งออกมายังตลาดนอร์เวย์ ได้แก่ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เครื่องปรับอากาศ ผลิตภัณฑ์พลาสติก เครื่องรับส่งวิทยุ

ผัก-ผลไม้กระป๋อง อาหารทะเลกระป๋อง ผลิตภัณฑ์ยาง เป็นต้น ส่วนสินค้าที่นอร์เวย์ส่งออกมาไทย อาทิ ปุ๋ย ผลิตภัณฑ์ประมง ผลิตภัณฑ์กระดาษ เคมีภัณฑ์ เครื่องไฟฟ้า/อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ เป็นต้น


การลงทุน

การลงทุนจากนอร์เวย์

บริษัทข้ามชาติของนอร์เวย์ที่ลงทุนในประเทศไทย เช่น Telenor (DTAC), Yara (ปุ๋ยและเคมี), Norske Skog (กระดาษหนังสือพิมพ์ แลปี 2556 มีการลงทุนใหม่จากนอร์เวย์ ได้แก่ บริษัท Siam Metal Recycle ซึ่งได้รับอนุมัติจาก BOI เพื่อสร้างโรงงานรีไซเคิลฝุ่นจากเตาหลอมอาร์คไฟฟ้าหรือฝุ่นแดง มูลค่า 1,318 ล้านบาท โดยใช้เทคโนโลยี Plasma Technology กำลังผลิต 100,000 ตัน/ปี

การลงทุนจากไทย

  1. กลุ่มบริษัทเจริญอักษร (ซี.เอ.เอส. กรุ๊ปส์) ได้เข้าซื้อกิจการบริษัท นอร์สเค้ สคู้ด (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตกระดาษที่ใช้สำหรับหนังสือพิมพ์แห่งเดียวในประเทศไทย ซึ่งมีบริษัทแม่เป็นสัญชาตินอร์เวย์
  2. บริษัท SCG Chemicals ซื้อกิจการบริษัท Norner ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยปิโตรเคมีของนอร์เวย์ เมื่อเดือนกันยายน 2557
  3. บริษัท Thai Union Frozen Product (TUF) ซื้อกิจการของบริษัท King Oscar Holding ของนอร์เวย์ ซึ่งประกอบธุรกิจโรงงานปลาซาดีนกระป๋อง อันดับ 1 ใน 10 ของโลก เมื่อเดือนกันยายน 2557 ที่ผ่านมา

การท่องเที่ยว

ประเทศไทยในเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวนอร์เวย์ โดยในปี 2555 มีนักท่องเที่ยวนอร์เวย์มาไทย จำนวน 147,819 คน ขณะที่ในปี 2556 มีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 154,402 คน นับเป็นสัดส่วนที่สูงเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรนอร์เวย์ซึ่งมีจำนวน 5 ล้านคน นอกจากนี้ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2442 การบินไทยได้เปิดเส้นทางบินตรงไทย - นอร์เวย์ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวชาวนอร์เวย์และนักธุรกิจ โดยใช้เวลาบินประมาณ 11 ชั่วโมง


ด้านสังคมและวัฒนธรรม

ปัจจุบัน คนไทยในนอร์เวย์มีจำนวนประมาณ 16,000 คน ส่วนใหญ่เป็นสตรีที่สมรสกับชาวนอร์เวย์ มีร้านอาหารไทย จำนวนประมาณ 34 ร้าน วัดไทย จำนวน 12 วัด และมีสมาคมคนไทย 22 สมาคม


ความตกลงที่สำคัญกับไทย

  1. สนธิสัญญามิตรภาพ การพาณิชย์ และการเดินเรือ (ลงนามเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2469 โดยไทยและนอร์เวย์ได้ลงนามในสนธิสัญญาฯ มาแล้วเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2411 สมัยที่นอร์เวย์เป็นประเทศเดียวกันกับสวีเดน ต่อมา เมื่อนอร์เวย์ประกาศแยกตัวเป็นเอกราชจากสวีเดนเมื่อปี 2448 ไทยและนอร์เวย์จึงได้ลงนามสนธิสัญญาฯ กันอีกครั้ง)
  2. ความตกลงว่าด้วยบริการเดินอากาศ (ลงนามเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2492)
  3. อนุสัญญาว่าด้วยการเว้นการเก็บภาษีซ้อนและการป้องกันการเลี่ยงรัษฎากรในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้ (ลงนามเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2507 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2507 ต่อมาได้มีการลงนามอนุสัญญาฯ ฉบับแก้ไข เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2546)
  4. ความตกลงว่าด้วยสิ่งทอ (ลงนามเมื่อวันที่ 4 มกราคม 2520)
  5. ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การเดินเรือ อุตสาหกรรม วิชาการ และการค้า (ลงนามเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2528)
  6. ความตกลงว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราเป็นเวลา 90 วัน (มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2536 ต่อมา นอร์เวย์ได้ขอยกเลิกความตกลงฯ เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2539 โดยมีผลให้ผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดาของไทยต้องขอรับการตรวจลงตราเข้าประเทศนอร์เวย์ (แต่ฝ่ายนอร์เวย์ยังคงยกเว้นการลงตราสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางทูตและราชการของไทย)
  7. สนธิสัญญาโอนตัวนักโทษและสนธิสัญญาว่าด้วยความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในเรื่องทางอาญา (ลงนามเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2542)
  8. ความตกลงระหว่างกรมประมงกับสำนักงานความร่วมมือในการพัฒนาแห่งนอร์เวย์ เพื่อดำเนินโครงการ Post – Tsunami Assessment of the Living Marine Resources and Development of a Strategic Plan of Sustainable Marine Fish Farming (ลงนามเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2547)
  9. ความตกลงระหว่างกรมประมงกับสำนักงานความร่วมมือในการพัฒนาแห่งนอร์เวย์ว่าด้วย ความร่วมมือในการพัฒนาด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์ทะเลและการประเมินแหล่งทรัพยารกรการประมงในทะเล อันดามันประเทศไทย (ลงนามเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2550)
  10. บันทึกความเข้าใจระหว่างศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติกับองค์การความช่วยเหลือ แห่งชาตินอร์เวย์ (ลงนามเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2553)
  11. ความตกลงว่าด้วยบริการเดินอากาศ (ลงนามเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2553)
  12. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวียเกี่ยวกับเครือข่ายสายการบินสแกนดิเนเวียและว่าด้วยการแต่งตั้งสายการบิน (ลงนามเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2553)